วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ฝึกอาชีพกับ คม ชัด ลึก พฤษภาคม 2555

มาแล้วค่ะ กับคอร์สฝึกอาชีพสำหรับเดือนพฤษภาคม เงินลงทุนของท่านเพียงไม่กี่พันบาทอาจสร้างรายได้เรือนแสนได้นะคะ สำหรับเดือนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ

12 พฤษภาคม 2555

ข้าวเหนียวมูล 4 สี หน้ากุ้ง-ปลาแห้ง-สังขยา(1,284 บาท/ท่าน)

12 พฤษภาคม 2555

ปาท่องโก๋-ซาลาเปา สูตรไม่อมน้ำมัน+น้ำเต้าหู้(1,284 บาท/ท่าน)

13 พฤษภาคม 2555

ซาลาเปาแช่แข็งไส้ไก่ฮ่องเต้-พิซซ่า-ครีม และขนมจีบปู(1,284 บาท/ท่าน)

13 พฤษภาคม 2555

ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น-ทาโกะยากิ-พิซซ่าญี่ปุ่น-ผักดองกิมจิ(1,284 บาท/ท่าน)

19 พฤษภาคม 2555

ข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม-หมูแผ่น(1,284 บาท/ท่าน)

19 พฤษภาคม 2555

ส้มตำทอด-ส้มตำปูม้า-ส้มตำทะเล-ไก่ย่างสมุนไพร(1,284 บาท/ท่าน)

20 พฤษภาคม 2555

หมูสะเต๊ะ-หมูย่าง พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด(1,284 บาท/ท่าน)

20 พฤษภาคม 2555

กุยช่ายตลาดพลู 4 ไส้ (ไส้เผือก-หน่อไม้-มันแกว-กุยช่าย)(1,284 บาท/ท่าน)

26 พฤษภาคม 2555

น้ำพริกชาววัง (ไตปลาเสวย,ตาแดงมะม่วง,แมงดามะม่วง-แห้ง,พริกขิงปลาฟู)(1,284 บาท/ท่าน)

26 พฤษภาคม 2555

อาหารอีสาน 15 อย่าง(1,284 บาท/ท่าน)

27 พฤษภาคม 2555

ไก่ทอดหาดใหญ่-ไก่ย่างทรงเครื่อง (ฆอแระ) สูตรโบราณดั้งเดิม(1,284 บาท/ท่าน)

27 พฤษภาคม 2555

น้ำสลัดแฟนซีเพื่อสุขภาพ(1,284 บาท/ท่าน)

ทุกหลักสูตรรับเพียง 25 ท่านเท่านั้น
ติดต่อสอบถามโครงการ "คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ"
โทร. 02-338-3356-57, แฟกซ์ 02-338-3942
ส่วนเส้นทางการเดินทางไปยังศูนย์ฝึกอาชีพ ตามแผนที่ข้างล่างนี้เลยค่ะ
แผนที่เดินทางสถานที่จัด คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
ที่มา : คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

รวยด้วยของทอด

อาหารทานเล่นจำพวก “ของทอด” ส่วนใหญ่แล้วการทำไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ขายได้ ยิ่งช่วงเทศกาลถือศีลกินเจด้วยแล้ว บางร้าน “ทอดขายกันแทบไม่ทัน” ซึ่งมีอะไรที่น่าสนใจในเชิงอาชีพกับความง่ายของการทำอาหารจำพวกนี้ขาย? วันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” มีสูตร-ข้อมูลมานำเสนอ
ทิพย์ สุขดี หรือ ป้าทิพย์ อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของร้าน เต้าหู้ทอด สามย่าน ซึ่งทอดขายมานาน 30 ปีแล้ว โดยเจ้าตัวเล่าว่า เริ่มต้นอาชีพนี้ด้วยการช่วยน้องสามีขายที่ย่านศาลาแดง ต่อมาเขาเลิกขาย ก็เลยขายเอง แต่ทำเลที่เดิมค่าเช่าแพงขึ้น ลูกชายจึงหาที่ใหม่ให้เมื่อปี 2542 ก็ทอดขายมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันก็ 8 ปีมาแล้ว
สูตรทุกอย่างป้าทิพย์บอกว่า อาศัยจากประสบการณ์ที่ได้ช่วงที่ช่วยน้องสามีอยู่ และเมื่อมาเปิดร้านของตนเอง ก็ดัดแปลงจนเป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง จนมีลูกค้าประจำติดใจในรสชาติจนถึงทุกวันนี้
ของทอด
นอกจากที่ร้านนี้จะขายเต้าหู้ทอดเป็นตัวชูโรงแล้ว ก็ยังมี เผือกทอด, หัวไชเท้าทอด, ข้าวโพดทอด, เปาะเปี๊ยะทอด ขายด้วย เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า เพื่อไม่ให้สินค้าซ้ำซากจำเจ กับขั้นตอนการทำ เริ่มที่ “เต้าหู้ทอด” ก็ไม่ยาก แค่ไปสั่งซื้อเต้าหู้จากตลาด ซึ่งเต้าหู้ที่ใช้ประจำนั้นจะเป็น “เต้าหู้เหลือง” หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “เต้าหู้กระดาน” ราคากระดานละ 90 บาท แต่ละวันจะใช้ประมาณ 4-5 กระดาน นำมาตัดเป็นชิ้น ๆ ขนาดยาวประมาณ 3 นิ้ว กว้าง 1 นิ้ว เตรียมไว้
สำหรับของทอดชนิดอื่น ๆ ป้าทิพย์บอกว่า ถ้าเป็นเผือก และข้าวโพด ใช้ประมาณวันละ 7 กิโลกรัม ส่วนหัวไชเท้า ใช้วันละ 5 กิโลกรัม ขณะที่เปาะเปี๊ยะนั้นไม่ได้ทำเอง ซื้อแบบทำสำเร็จรูปที่พร้อมทอดขายได้เลยมาใช้
ขั้นตอนการทำ ถ้าเป็นเผือกก็ปอกเปลือกให้เรียบร้อย ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นบั้งเผือกตามแนวขวางรอบ ๆ โดยเผือก 1 หัว บั้งประมาณ 8-9 วง แล้วก็จะใช้ที่ขูดทำการขูดเผือกเป็นเส้น ๆ หากเป็นหัวไชเท้าก็ใช้ที่ไส (คล้ายที่ไสน้ำแข็ง) ไสไปเรื่อย ๆ จนหมดหัว ขณะที่ข้าวโพดดิบนั้นก็ให้ฝานตามฝัก
เต้าหู้ แค่ตัดเป็นชิ้นก็เตรียมทอดได้ ส่วนเผือก หัวไชเท้า และข้าวโพด ต้องผสมแป้ง เกลือ และน้ำด้วย
ขั้นตอนผสมแป้งนั้น ถ้าผสมครั้งละ 1 กะละมังย่อม ๆ ผสมแป้งหมี่ 1 กิโลกรัม ผงฟู (เพื่อให้กรอบ) 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือ (เพิ่มรสเค็ม) อีก 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน ระหว่างที่คลุกนั้นให้ผสมน้ำลงไปด้วย ในปริมาณที่พอดี ๆ อย่าให้เละเกินไป และไม่ข้นจนเกินไป
สำหรับการทอด ตั้งน้ำมันพืชค่อนกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนก็ค่อย ๆ หย่อนของที่จะทอดลงไป (เต้าหู้ใส่ลงไปได้เลย ส่วนของอื่น ๆ แบ่งชิ้นด้วยการตักทีละ 1 ช้อนโต๊ะ)
เมื่อใส่ของที่จะทอดลงกระทะแล้ว รีบเร่งไฟให้แรงขึ้นทันที เพื่อที่ของทอดนั้น ๆ จะไม่อมน้ำมัน ใช้เวลาทอดประมาณ 10 นาที ของทอดก็จะเหลือง กรอบ ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ก็นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน รอขาย
ของทอดที่ร้านป้าทิพย์ทุกอย่าง จะขายในราคา 8 ชิ้น 20 บาท
“ของทอดจะอร่อยไม่ได้ ถ้าขาดน้ำจิ้มที่อร่อยด้วย” ป้าทิพย์บอก ดังนั้น สูตรเด็ดจริง ๆ ของร้านป้าทิพย์ที่ไม่เหมือนใครก็คือ “น้ำจิ้ม” นั่นเอง
ขั้นตอนการทำน้ำจิ้ม แยกทำเป็น 2 ส่วนหลัก
ส่วนแรกคือ นำพริกขี้หนูแดงสดมาปั่นให้ละเอียด เมื่อปั่นเสร็จแล้วให้ใส่เกลือลงไปด้วยเล็กน้อย แล้วใส่ถุงแช่เย็นเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ทยอยเอาออกมาทำน้ำจิ้มขาย ซึ่งในแต่ละวันป้าทิพย์จะใช้พริกขี้หนูแดงประมาณ 1 กิโลกรัม
ส่วนที่สองคือ การทำน้ำเหนียว ซึ่งเหมือนกับการทำน้ำเชื่อม โดยเคี่ยวน้ำตาลทรายในสัดส่วน 15 กิโลกรัม ต่อน้ำเปล่า 2 ขัน จากนั้นเคี่ยวให้เหนียว พอใช้ได้แล้วก็ใส่บ๊วยลงไปประมาณ 1 ถุง (ถุงละ 60 บาท)
น้ำจิ้ม 1 ถุงสำหรับขายของทอด 1 ชุด จะประกอบด้วยน้ำเหนียวประมาณ 1 กระบวยครึ่ง พริกปั่น 1 ช้อนชา ถั่วบด เกลือเล็กน้อย และโรยหน้าด้วยผักชี
“ของที่ใช้จะต้องสด ๆ ใหม่ ๆ คือทำไปขายไป ไม่ขายของค้างคืน” คืออีกหนึ่งเคล็ดลับของป้าทิพย์
ใครสนใจที่จะไปลิ้มลองรสชาติสารพัด “ของทอด” สูตรป้าทิพย์ ร้านนี้อยู่ใกล้ป้ายรถเมล์ หน้าร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น บริเวณแยกสามย่าน ฝั่งถนนพระราม 1 ขายตั้งแต่เวลา 07.00 - 17.00 น.
และนี่ก็คือ “ช่องทางทำกิน” อีกช่องทางหนึ่ง ที่ถึงแม้จะเป็นแค่ “ของทอด” ที่อาจจะดูเป็นสินค้าพื้น ๆ แต่ถ้าฝึกทำจนคล่องแคล่ว ทอดออกมาได้อร่อยอย่างป้าทิพย์คนนี้ ก็สามารถสร้างรายได้ไม่เลวเลยทีเดียว!
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล-โสภนา กิตติรัตน์ชัชวาล
ที่มา : sanook.com

รวยด้วยซูชิ 5 บาท

ยุคนี้คนไทยนิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่นกันไม่น้อย รวมถึงอาหารที่เรียกว่า “ซูชิ” ซึ่งก็มีผู้ที่นำเอาซูชิมาใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ ดังเช่นรายที่ทางทีมงานจะนำเสนอในวันนี้...

ศรีกาญจนา วงษ์ชื่น เจ้าของร้าน “ซูชิ ชิ้นละ 5 บาท” ทำขายกันใหม่ ๆ ที่ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ขายมาเกือบ 1 ปีแล้ว เธอบอกว่า ด้วยความที่ชอบทำสิ่งสวย ๆ งาม ๆ จึงเปลี่ยนจากอาชีพเดิมมองหาอาชีพใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความชอบ ก็มีเพื่อนแนะนำให้ขาย “ซูชิ” พร้อมทั้งบอกวิธีทำ และสอนเทคนิคการทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ซึ่งตนเองก็มีความมั่นใจในความคิดว่าอาหารประเภทนี้ยังพอมีทางไปได้แน่ ๆ แม้ว่าส่วนตัวจะไม่ค่อยชอบก็ตาม หลังจากหาทำเลขายได้แล้ว วันแรกก็ไปซื้อของ วันที่สองนั่งหัดทำที่บ้านทั้งวัน พอวันที่สามจึงออกขายเลย ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าขายหมดตั้งแต่วันแรก
ซูชิ2
เมื่อประสบผลสำเร็จในวันแรก จึงมุมานะพยายามมากขึ้น ด้วยการออกแบบหน้าซูชิต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกเพื่อความหลากหลาย อันเป็นการสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร้านมากขึ้น จากเดิมที่หน้าซูชิในระยะเริ่มแรกมีเพียง 8-9 หน้า เมื่อ 8 เดือนผ่านไป หน้าซูชิก็มีเพิ่มขึ้นถึง 30 หน้าแล้ว และเธอก็ยิ่งมีความมั่นใจว่าอาหารประเภทซูชินี้มีอนาคตแน่นอน หากมีฝีมือ และมีทำเลที่ดี

ในแต่ละวัน ศรีกาญจนาจะใช้ข้าวญี่ปุ่น เฉลี่ยวันละ 7 กก. ซึ่งราคาค่อนข้างสูง คือประมาณ 60 บาท/1 กก. ไม่สามารถลดต้นทุนด้วยการใช้ข้าวไทยได้ เพราะร่วน ไม่เหนียว เวลาห่อออกมาแล้วข้าวแตก ไม่เกาะกัน
นอกเหนือจากข้าวแล้ว วัตถุดิบอื่น อาทิ หน้าซูชิต่าง ๆ แผ่นสาหร่าย ซอสญี่ปุ่น วาซาบิ ก็ควรสั่งซื้อจากที่เดียวกัน เพื่อป้องกันความสับสน

การหุงข้าว หุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแบบปกติ แต่มีเทคนิคในการเพิ่มรสชาติให้ข้าวไม่จืดชืดด้วยการเติมน้ำซุปสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย และน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ที่ละลายให้เข้ากัน ราดลงให้ทั่วข้าวหลังจากที่ข้าวสุกแล้ว จากนั้นถ่ายข้าวสุกใส่ในภาชนะพลาสติกสีขาวอย่างดี ตั้งพักไว้ให้ข้าวเย็นลง เพื่อจะได้ไม่ร้อนมือเวลาที่ปั้นข้าว และต่อมาก็จะเป็นการม้วนข้าว ซึ่งจะใช้สาหร่ายแผ่น ขนาดประมาณ 8X5 นิ้ว ในแต่ละวันถ้าใช้ข้าว 7 กก. จะใช้แผ่นสาหร่ายประมาณ 70-80 แผ่น
ซูชิ1
การม้วนข้าวนั้นจะมีอุปกรณ์ตัวช่วย 1 อย่างที่ขาดไม่ได้ คือ แผ่นไม้ม้วนข้าว ทำมาจากไม้ วางแผ่นสาหร่ายลงไปบนแผ่นม้วนข้าว ตักข้าวประมาณ 1 ทัพพีกว่า ๆ ลงไปบนแผ่นสาหร่าย เกลี่ยข้าวให้ทั่ว บีบมายองเนสตามแนวขวางบนแผ่นสาหร่ายด้านบน เพื่อทำหน้าที่เป็นกาวให้แผ่นสาหร่ายติดกันเวลาม้วน จากนั้นม้วนข้าวให้เป็นก้อนกลม ซึ่งการม้วนข้าวนี้กว่าจะม้วนให้ออกมาสวยก็ต้องฝึกกันหน่อย ม้วนแล้วก็ใช้กรรไกรคมกริบตัดข้าวห่อสาหร่ายออกมาเป็นชิ้น ๆ ข้าวห่อสาหร่าย 1 แท่งจะตัดออกมาได้ 8 ชิ้น และข้าวสวย 7 กก. จะม้วนข้าวได้เท่ากับจำนวนสาหร่ายแผ่นที่ใช้ในแต่ละวัน

ต่อมาก็เป็นเรื่องของ “หน้าซูชิ” หน้าหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องมีระยะเริ่มต้น มีเพียง 5-6 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ไข่กุ้งส้ม 500 กรัม, ยำสาหร่ายเขียว 250-500 กรัม, กุ้งต้ม 100–150 ตัว, ปูอัด 100-150 ชิ้น, ไข่หวาน 500 กรัม, ปลาแซลมอน (ปลาดิบ) และครีมมายอง เนส หากขายแล้วได้กำไร ก็สามารถลงทุนซื้อหน้าเพิ่มได้อีก อาทิ ไข่กุ้งแดง ไข่กุ้งดำ ปลาไหล แมงกะพรุน ฯลฯ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า
หน้าซูชิหลัก ๆ ที่ต้องวางโชว์หน้าร้านแบบขาดไม่ได้มี 8-9 หน้า ได้แก่ หน้ากุ้ง, หน้าปูอัด, หน้าปลาแซลมอน (ปลาดิบ), หน้าไข่กุ้งส้ม, หน้ายำสาหร่ายเขียว, หน้ายำสลัดปูอัด, หน้าสลัดไข่กุ้งส้ม, หน้าไข่หวาน หลังจากนั้นก็เพิ่มความหลากหลายได้ถึง 30 หน้า อาทิ หน้าชีส, หน้าสลัดทูน่า, หน้าแมงกะพรุน, หน้าแฮม, หน้าปลาซาบะ, หน้าก้ามปู, หน้าหอยเชลล์ ฯลฯ โดยขายในราคาชิ้นละ 5 บาท

“ที่ร้านจะทำไปขายไป หากของเหลือก็จะไม่นำมาขายซ้ำอีก และของหมุนเวียนที่ใช้ทุกวันจะซื้อมาตุนคราวละจำนวนมาก ๆ แต่จะต้องให้หมดภายในเวลา 3 วัน” ศรีกาญจนาบอก

การทำหน้าซูชินั้น อารมณ์ต้องเย็น ต้องประณีตเพื่อความสวยงาม ที่สำคัญ ของที่ใช้แต่งหน้าซูชินั้น ต้องทำให้ดูมาก พูน น่าทาน ซึ่งก็ต้องตักเยอะจริง ๆ เมื่อลูกค้าซื้อไปทานแล้ว จะได้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป
สัดส่วนข้าวในปริมาณดังกล่าว ใช้เงินลงทุนวัตถุดิบรวมวันละประมาณ 3,000-4,000 บาท หากขายหมดจะได้เงินประมาณ 5,000-6,500 บาท ซึ่งล่าสุดกระแสความนิยมอาหารชนิดนี้ก็ยังไม่ตก

ศรีกาญจนา ขาย “ซูชิ ชิ้นละ 5 บาท” เป็น “ช่องทางทำกิน” อยู่ที่ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง เยื้องกับ 7-11 ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00-13.30 น. ใครหาร้านไม่เจอก็ โทร. 08-1614-9593.
ที่มา : sanook.com

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

เรียนฝึกอาชีพกับมติชน พฤษภาคม 2555

หลักสูตรเรียนทำอาหาร ฝึกอาชีพของมติชนประจำเดือนพฤษภาคมค่ะ ท่านผู้อ่านค่าเรียนของหลักสูตรนี้ เริ่มต้นที่ 1500-3000 บาทค่ะ ใช้เวลาการฝึกอบรมเพียงแค่ 1 วัน ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจนั้น ไปดูกันเลยค่ะ




หลักสูตรครัวปฏิบัติการอาหารและเบเกอรี่

สุดยอดน้ำยำ ทำอะไรก็อร่อย
เสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2555
เวลา 10.00-16.00 น.
ราคา 2,999 บาทต่อท่าน

เฟรชครีมชีสมาการอง,สตอรว์เบอร์รี่มิลชีสพุดดิ้ง
อาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2555
เวลา 10.00-16.00 น.
ราคา 2,999 บาทต่อท่าน

ชิฟฟ่อนส้ม,เค้กช็อกโกแลต
เสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2555
เวลา 10.00-16.00 น.
ราคา 2,999 บาทต่อท่าน

สตรอว์เบอร์รี่ชอตเค้ก,เมาท์มองบลัง
อาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2555
เวลา 10.00-16.00 น.
ราคา 2,999 บาทต่อท่าน

หลักสูตรครัวสาธิต



ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรโบราณ(อยุธยา)เสาร์ที่ 12 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน


ก๋วยเตี๋ยวหมู/เนื้อตุ๋น ซี่โครงหมูตุ๋นอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

กาแฟโบราณและเครื่องดื่มยอดนิยมเสาร์ที่ 19 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน
ขนมครกโบราณ สูตรคาวหวานเสาร์ที่ 19 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

หมูปิ้งเมืองทอง สูตรชุบชีวิตอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

รวมมิตรลอดช่องสิงคโปร์เส้นสดอาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

ขาหมูเมืองทอง สูตรใส่โอวัลตินเสาร์ที่ 26 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

โจ๊กฮ่องกง/ โจ๊กหมูเสาร์ที่ 26 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน
หมูเส้น, หมูฝอย แถมหมูสวรรค์เสาร์ที่ 26 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

เครปญี่ปุ่นเสาร์ที่ 26 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

ข้าวหมูแดงหมูกรอบ สูตรใส่พริกแกงอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน

ซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. 2555
เวลา 09.00 - 15.30 น
ราคา 1,605 บาทต่อท่าน


ส่วนเส้นทางการเดินทางไปยังศูนย์ฝึกอาชีพมติชน ตามแผนที่ข้างล่างนี้เลยค่ะ

เรียนฝึกอาชีพกับมติชน เมษายน 2555

หลักสูตรเรียนทำอาหาร ฝึกอาชีพของมติชนประจำเดือนเมษาค่ะ ท่านผู้อ่านค่าเรียนของหลักสูตรนี้ เริ่มต้นที่ 1500-3000 บาทค่ะ ใช้เวลาการฝึกอบรมเพียงแค่ 1 วัน ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจนั้น ไปดูกันเลยค่ะ



ส่วนเส้นทางการเดินทางไปยังศูนย์ฝึกอาชีพมติชน ตามแผนที่ข้างล่างนี้เลยค่ะ



วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปลูกข้าวลอยน้ำ การเกษตรแผนใหม่พร้อมรับภัยท่วม

ในช่วงเวลาน้ำท่วมที่ผ่านมา มีหลายคนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว หมดทั้งเงิน หมดทั้งกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ต่างจากนายสุพรรณ ที่เรียนรู้จะปรับตัวเข้ากับวิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงวิกฤตเป็นโอกาส โดยการใช้พื้นที่น้ำท่วมมาเป็นพื้นที่ปลูกข้าวทดแทน การปลูกข้าวลอยน้ำ เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ดำรงชีวิตอยู่กับน้ำ และสามารถทำการเกษตรและมีรายได้เลี้ยงชีพได้ แนวคิดในการปลูกข้าวลอยน้ำ เกิดขึ้นมาจาก นายสุพรรณ เมธสาร เกษตรกร แห่งบ้านสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี


นายสุพรรณ เป็นเกษตรกรตัวอย่างอีกคนหนึ่ง เพราะเขาเป็นเกษตรกรที่ไม่หยุดนิ่งในการที่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ส่งผลให้เขามีความรู้หลายด้าน ปัจจุบัน ยังเป็นวิทยากร อบรมแก่ผู้ที่สนใจเรื่องการปลูกไผ่ การขยายพันธุ์ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ดังนั้น นายสุพรรณ จึงเป็นที่เชื่อถือของเหล่าเกษตรกรในอีกหลายด้าน และด้วยความที่เป็นเกษตรกรนักคิดนี่เอง ทำให้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นายสุพรรณมีแนวคิดที่จะนำข้าวไปปลูกบนน้ำ เนื่องจากเห็นว่า ในแม่น้ำลำคลองมักจะมีผักตบชวา ซึ่งผักตบชวาในแม่น้ำนั้นมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะในแม่น้ำมีธาตุอาหาร แพลงตอน ตลอดจนจุลินทรีย์ต่างๆที่เป็นอาหารของพืช จึงทดลองปลูกข้าวในน้ำ ผลผลิตที่ได้เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว


นายสุพรรณ เล่าว่า ทดลองปลูกข้าวลอยน้ำ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลผลิตจริง และประหยัดต้นทุน วิธีการปลูกข้าวแบบลอยน้ำ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนเรื่องการเตรียมดิน น้ำมันเชื้อเพลิงและตัดปัญหาการดูแลเรื่องน้ำไปเลย จากการคำนวณพบว่า หากทำแพปลูกข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ ผลผลิตที่ได้รับ เฉลี่ย 70 ถัง /ไร่ ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จากการเผาและลดการใช้สารเคมีต่าง ๆ ทำให้ลดต้นทุนได้มากวัสดุอุปกรณ์ยังสามารถนำมาใช้ครั้งต่อไปได้


ทั้งนี้ นายสุพรรณยังได้เตรียมการขยายผล เรื่องการปลูกข้าวลอยน้ำ โดยจะใช้ผักตบชวาเป็นฐานซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการทดลองว่าจะได้ผลอย่างไร สำหรับ วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้สำหรับการปลูกข้าวลอยน้ำ ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ฝากล่องโฟมเก่า ( กล่องโฟมใส่ผลไม้) กระถางพลาสติกสำหรับปลูก ดินเลนสำหรับปลูก เมล็ดพันธุ์ข้าว ลำไม้ไผ่สำหรับทำแพ เชือกฟาง


โดยวิธีการปลูกข้าวลอยน้ำ

1.นำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปเพาะในแปลงเพาะ เหมือนกับการเตรียมกล้าพันธุ์สำหรับดำนาทั่วไป

2.นำลำไม้ไผ่มาทำเป็นกรอบ 4 เหลี่ยม เพื่อทำเป็นแพ ในพื้นที่ๆจะปลูกข้าวลอยน้ำ

3.นำฝากล่องผลไม้( ฝากล่องโฟม ) มาเจาะรูให้มีขนาดเท่ากระถางพลาสติก แต่ให้อุ้มตัวกระถางไว้ได้

4.นำกระถางปลูกใส่ดินเลนให้เต็ม

5.เมื่อต้นกล้ามีอายุ 10 - 15 วันจึงแยกกล้ามาปลูกในกระถางที่เตรียมไว้ ประมาณ 4-5 กอต่อกระถาง

6.นำกระถางเพาะกล้าใส่ในฝากล่องโฟม แล้วจึงนำไปลอยน้ำ ในกรอบไม้ไผ่ที่เตรียมไว้

7.ใช้เชือกผูกกล่องโฟมกับแพไม้ไผ่ เพื่อป้องกันการพัดพาของน้ำ ไม่ให้ไหลไปที่อื่น

ด้านการดูแลและการใส่ปุ๋ย นายสุพรรณเน้นให้เกษตรกรที่ ทำแบบเกษตรอินทรีย์และอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบำรุงข้าว ช่วงที่ข้าวมีอายุ 30และ 55 วัน หลังการปลูก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 1 กำมือ/กระถาง / ครั้ง หากมีแมลงศัตรูพืช ก็ใช้น้ำหมักสมุนไพรฉีดพ่น วิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องเสียเวลาดูแลเรื่องน้ำเลย เพราะข้าวจะได้รับน้ำตลอดในช่วง ระยะเวลาการปลูก
--------------------------
ที่มา : manager online

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ฝึกอาชีพกับ คม ชัด ลึก กุมภาพันธ์ 2555

มาแล้วค่ะ สำหรับหลักสูตรฝึกอาชีพเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับเดือนนี้มีหลักสูตรน่าสนใจหลายรายการทีเดียวค่ะ แล้วก็ตามเคย ค่าเรียนราคาถูกแต่มากด้วยคุณค่า เงินลงทุนของท่าน 1000 กว่าบาท อาจสร้างเงินแสนในอนาคตให้กับท่านผู้อ่านก็เป็นได้นะคะ หาอาชีพที่เหมาะกับเราแล้วลุยเลย!!!!

4 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม-หมูแผ่น (1,284 บาท/ท่าน)


อ.พิมพ์พรรณ กาเตื่อย
เปิดแล้ว หลักสูตร ข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม-หมูเส้น โดย อ.พิมพ์พรรณ กาเตื่อย เจ้าของผลิตภัณฑ์ "หมูยิ้มหวาน" ผลิตภัณฑ์ OTOP ต.ไร่ขิง จ.นครปฐม จากเคยทำธุรกิจสปา แต่ตัดสินใจกลับมาขายหมูเส้นเพราะขายดีกว่า และมีออเดอร์จากลูกค้าไม่ขาดสาย และได้รับคำแนะนำจากคุณยรรยงค์ พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้เข้าร่วมกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีจุดเด่น คือ ข้าวเหนียวจะนิ่มและมีหอมสมุนไพร ส่วนสีของข้าวเหนียวจะเป็นสีตามสมุนไพรนั้นๆ ข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม อยู่ได้ 2 วัน ไม่ต้องอุ่น แช่ตู้เย็นก็ไม่แข็ง ส่วนหมูเส้นก็กรอบ รสชาติกลมกล่อมไม่หวานมาก ปกติจะวางขายที่ รพ.ไร่ขิง จ.นครปฐมเท่านั้น พร้อมเผยเคล็ดลับความอร่อยระดับ OTOP เวลาอบรม 10:30 – 16:00 น. ค่าสมัครเพียง 1,284 บาท เท่านั้น

4 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ส้มตำทอด ส้มตำปูม้า-ทะเล และไก่ยางสมุนไพร (1,284 บาท/ท่าน)

อ.กัญจน์อมล นวรัตน์
หลักสูตร ส้มตำทอด ส้มตำปูม้า-ทะเล และไก่ยางสมุนไพร โดย อ.กัญจน์อมล นวรัตน์ (คุณแคท) เจ้าของร้านครัวไก่ย่างสมุนไพร พหลโยธิน กม.25 ย่านถนนสายไหม ชูเมนูเด็ดไก่ย่างสมุนไพรโบราณ-ส้มตำปูม้า-ส้มตำทอด และส้มตำผลไม้รวม และอีกสารพัดส้มตำ หากใครสนใจ เธอยินดีที่จะถ่ายทอดวิชาให้ ในโครงการ คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ อบรมเวลา 10:30 – 16:00 น. ค่าสมัครเพียง 1,284 บาท เท่านั้น

5 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ไก่ทอดสมุนไพร เชียงคำ (1,284 บาท/ท่าน)

อ.อำไพ แซ่แต้
หลักสูตร ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ โดย คุณอำไพ แซ่แต้ จากการประสบความสำเร็จของร้านไก่ทอดเชียงคำ จ.พะเยา จึงเข้ามาเปิดตลาดในกรุงเทพฯ ในเดือนกันยายน พ.ศ.2552 ที่ตลาดถนอมมิตร ซ.วัชรพล ด้วยจุดเด่นของไก่ทอดที่หมักด้วยสมุนไพรสด และเครื่องปรุงที่ลงตัว ไม่เลี่ยน หอมกลิ่นสมุนไพรที่หมักเข้าถึงเนื้อใน แป้งบางกรอล รสชาติกลมกล่อม กรอบนอก นุ่มใน และมีให้เลือกหลายเมนู ได้แก่ น่อง สะโพก อก ปีก หนัง เอ็นแก้ง โครง หรือข้อไก่ พร้อมกับน้ำจิ้มไก่สูตรเด็ด ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอบ่างมาก คุณอำไพกล่าวว่า เพราะเข้าใจถึงความลำบากที่ตัวเองเคยเจอมา จึงอยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมอาชีพที่มีทุนน้อย ได้มีโอกาส มีทางเลือก และมีอาชีพติดตัวไปตลอดชีวิต

5 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ-ข้าวมันไก่ สูตรไหหลำ พร้อมน้ำซุปสาหร่าย (2,568 บาท/ท่าน)

อ.ศักดา มีลาภ
อ.ศักดา มีลาภ เจ้าของร้านเป็ดย่างลิตเติ้ลดั๊ก ครั้งนี้ อ.ศักดา มีลาภ ได้นำหลักสูตร 2 หลักสูตรยอดนิยม คือ หลักสูตร ข้าวมันไก่สูตรไหหลำ พร้อมน้ำซุปสาหร่าย ที่มีลูกศิษย์ลูกหามาเรียนแล้วนำหลักสูตรที่ได้เรียนไปเปิดร้านกันอย่างมากมาย เป็นสูตรที่ไม่เหมือนกับร้านที่เปิดขายทั่วไป เนื้อไก่นุ่มเข้ากันดีกับน้ำจิ้มรสเด็ดและน้ำซุปสาหร่ายรสอร่อย คล่องคอ กับหลักสูตรก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ซึ่งมีจุดเด่น เนื้อไก่นุ่มหอมกรุ่นด้วยกลิ่นสมุนไพร น้ำซุปเข้มข้น เข้ากันด้วยดีกับรสชาติกลมกล่อมของมะระ

11 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร “ข้าวขาหมู แมนดาริน” (1,284 บาท/ท่าน)

คุณฐภาพิมพ์ เสาวลักษณ์สกุล (คุณนา)
หลักสูตร “ข้าวขาหมู แมนดาริน” โดยคุณฐภาพิมพ์ เสาวลักษณ์สกุล (คุณนา) เจ้าของร้านและเจ้าของสูตร ผู้ได้รับการถ่ายทอดสูตรดั้งเดิมของประเทศจีน จากคุณพ่อและคุณแม่ ด้วยใจรักการทำอาหาร จึงมาเปิดร้านของตนเองที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ชูเมนูเด่น ขาหมู แมนดาริน ซึ่งใช้สมุนไพรจีนในการตุ๋นกว่า 10 ชนิด และใช้วิธีชั่งตวงส่วนผสมทุกอย่าง จึงทำให้คุณภาพและรสชาติคงที่ นอกจากนี้ยังปลอดผงชูรสและสีผสมอาหารอีกด้วย สูตรเด็ดที่หาเรียนที่ไหนไม่ได้แบบนี้ ต้องไม่พลาด เวลาอบรม 10:30 – 16:00 น. ค่าสมัครเพียง 1,284 บาท เท่านั้น

11 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี (1,284 บาท/ท่าน)

อ.สมบูรณ์ เลิศมณีสกุลชัย
หลักสูตร ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี โดย อ.สมบูรณ์ เลิศมณีสกุลชัย เจ้าของร้าน ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี สาขาตลิ่งชัน สืบทอดจากคุณพ่อที่เป็นคนจีนแต้จิ้ว และคุณแม่ที่มีเชื้อสายจีน และประสบการณ์จากการเป็นเชฟมาประยุกต์ใช้ ออกมาเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อ คือ ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี ที่ทางร้านพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกเส้นต้องเป็นเส้นที่เหนียวนุ่ม โดยสั่งตรงมาจากย่านเยาวราช นำมาผัดกับน้ำมันจนเส้นหอมและหมูหมักสูตรของทางร้าน ค่าสมัครเพียง 1,284 บาท (เวลาอบรม 10.00 – 16.00 น.)

12 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร น้ำสลัดแฟนซีเพื่อสุขภาพ (1,284 บาท/ท่าน)

คุณธนิดา พิธานธรากร
หลักสูตรน้ำสลัดแฟนซี เพื่อสุขภาพ ที่ได้วิทยากรใจดีอย่างคุณธนิดา พิธานธรากร ที่จะมาสอนขั้นตอนการทำน้ำสลัดเพื่อสุขภาพ ตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ การเลือกซื้อผัก และวีธีทำน้ำสลัดตัวสำคัญอย่างครีมสลัด เพราะก่อนที่จะเป็นสลัดแฟนซีเราต้องได้ครีมสลัดที่เข้มข้นก่อนจะมาดัดแปลงเป็นน้ำสลัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะนาว แครอท งาดำ อัญชัญ สตรอเบอรี่ และรสต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ และพร้อมจะมาเผยแพร่ความรู้ให้กับคมชัดลึกฝึกอาชีพ

12 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร Choux Cream & clair (1,819 บาท/ท่าน)

คุณสุวารี หนุนภักดี (เดียร์)
หลักสูตร Choux Cream & clair
ค่าสมัคร 1,819 บาท เวลา 10.00-16.00 น.
โดย คุณสุวารี หนุนภักดี (เดียร์) เจ้าของ "Meetang & Mom Homemade Bakery"
รับจำนวนจำกัดเพียง 25 ท่าน เท่านั้น!

18 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส) (1,284 บาท/ท่าน)

อ.อรภา ธนาธีระสกุล
กลับมาแล้ว หลักสูตร ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชู) โดย อ.อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ กล่าวว่านอกจากการใส่ใจในคุณภาพความอร่อยทุกชามตามที่ลูกค้าสั่ง รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ต้องสะอาดแล้ว การที่เครื่องปรุงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น พริกป่น น้ำส้ม ถั่วลิสง ฯลฯ ต้องลงมือปรุงเองทั้งหมด แถมทุกเมนูปลอดผงชูรส และมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยอีกกว่า 10 ชนิด ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อยที่สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและดีต่อสุขภาพอีกด้วย นับว่าเป็นทางเลือกไม่เลวเลยที่เดียว เพราะลงทุนไม่มากแต่สามารถสร้างรายได้ใหม่ไม่น้อย พร้อมเผยเคล็ดลับสูตรเด็ด

19 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม-หมูแผ่น(รอบสอง) (1,284 บาท/ท่าน)

อ.พิมพ์พรรณ กาเตื่อย
กลับมาอีกแล้วกับ "หลักสูตรข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม-หมูแผ่น (หมูหวาน)"โดย อ.พิมพ์พรรณ กาเตื่อย เจ้าของผลิตภัณฑ์ "หมูยิ้มหวาน" ผลิตภัณฑ์ OTOP ต.ไร่ขิง จ.นครปฐม คราวนี้นำหมูแผ่น เหนียวนุ่ม มาพร้อมกับข้าวเหนียวสมุนไพรสูตรนิ่ม สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 วัน สำหรับท่านใดที่สนใจทำอาชีพที่ลงทุนไม่ต่ำ ทำง่าย ขายง่าย ห้ามพลาดสำหรับหลักสูตรนี้

19 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตร ข้าวหมกไก่แม่ทองดี สูตรน้ำจิ้มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ (1,284 บาท/ท่าน)

คุณกัณฐิกาสิญีย์ ศาสนภักดี
หลักสูตร ข้าวหมกไก่แม่ทองดี สูตรน้ำจิ้มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดย คุณกัณฐิกาสิญีย์ ศาสนภักดี เจ้าของร้าน "ข้าวหมกไก่-ข้างแกงแม่ทองดี" เยื้อง ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

25 กุมภาพันธ์ 2555

หลักสูตรเทคนิคการปลูกพืชไฮโดรโพนิกส์เพื่อธุรกิจกับยุทธศักดิ์ไฮโดรฟาร์ม (2,568 บาท/ท่าน)

คุณปทุมรัตน์ สอนพงศ์
หลักสูตร เทคนิคการปลูกพืชไฮโดรโพนิกส์เพื่อธุรกิจ กับยุทธศักดิ์ไฮโดรฟาร์ม โดย คุณปทุมรัตน์ สอนพงศ์ ครัวไฮโดร ยุทธศักดิ์ไฮโดรฟาร์ม ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ค่าสมัคร 2,568 บาท

สนใจเพิ่มเติม คลิ๊กไปที่ หลักสูตรเถ้าแก่ใหม่ คม ชัด ลึก เลยค่ะ

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Justin Bieber, Gold Price in India